ทำความรู้จักโรคตับแข็ง ภาวะอันตรายที่ทำลายตับอย่างถาวร
ตับแข็ง หรือ cirrhosis คือภาวะโรคตับเรื้อรังขั้นสุดท้ายที่เกิดจากการอักเสบของเนื้อตับอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตับอย่างถาวร โรคตับแข็งไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่เป็นผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการทำลายเซลล์ตับที่สะสมมาเป็นเวลาหลายปี ไม่ว่าจะมีสาเหตุเริ่มต้นมาจากอะไร ท้ายที่สุดแล้วโรคตับเรื้อรังเหล่านั้นก็มักนำไปสู่ภาวะตับแข็งในรูปแบบเดียวกัน ตับแข็งคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไรในทางการแพทย์ cirrhosis คือภาวะที่เนื้อตับปกติถูกแทนที่ด้วยพังผืด (fibrosis) ร่วมกับการเกิดตุ่มเนื้อขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ (micronodule และ macronodule) ซึ่งเกิดจากการซ่อมแซมเซลล์ตับที่ถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน การวินิจฉัยตับแข็งที่แม่นยำที่สุดคือการเจาะชิ้นเนื้อตับส่งตรวจทางพยาธิวิทยา แต่ในทางปฏิบัติแพทย์มักใช้การประเมินร่วมกันหลายด้าน ได้แก่ ปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย ผลตรวจร่างกาย ผลเลือดที่บ่งชี้การทำงานของตับ ผลตรวจทางรังสีวิทยา และการตรวจความยืดหยุ่นของเนื้อตับ เนื่องจากการเจาะชิ้นเนื้อมีความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายสูง จึงไม่เป็นวิธีที่นิยมใช้เป็นอันดับแรกในปัจจุบัน กลไกสำคัญของโรคตับแข็งเกิดจากการอักเสบเรื้อรังที่ทำให้เซลล์ตับถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจึงพยายามซ่อมแซมด้วยการสร้างพังผืดขึ้นมาแทนที่เนื้อตับที่เสียหาย เมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นเวลานาน โครงสร้างของตับจะบิดเบี้ยวผิดปกติ ส่งผลให้ระบบเลือดที่ไหลเวียนผ่านตับผิดปกติไปด้วย และนำไปสู่ภาวะความดันในหลอดเลือดพอร์ทัลสูง (portal hypertension) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ในผู้ป่วยโรคตับแข็ง เช่น เส้นเลือดขอดในหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร รวมถึงภาวะท้องมานที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยระยะท้าย อาการโรคตับแข็งในแต่ระยะ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงระยะรุนแรง ตับแข็งเป็นภาวะที่เนื้อเยื่อตับถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจนเกิดพังผืดสะสม ส่งผลให้การทำงานของตับเสื่อมลงตามลำดับ อาการของโรคตับแข็งมักไม่ปรากฏชัดเจนในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองกำลังเผชิญกับภาวะตับแข็งจนกระทั่งโรคดำเนินไปถึงระยะที่รุนแรงแล้ว การทำความเข้าใจอาการในแต่ละช่วงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ อาการโรคตับ เริ่มแรก ที่มักถูกมองข้าม อาการโรคตับ เริ่มแรก […]
