ปลูกถ่ายไต ทางเลือกสำคัญของผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่ควรรู้ก่อนรักษา

ปลูกถ่ายไต คืออะไร

เมื่อไตสูญเสียการทำงานจนเข้าสู่ภาวะโรคไตวายระยะสุดท้าย การปลูกถ่ายไตเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา เพื่อให้ไตใหม่ช่วยทำหน้าที่ทดแทนไตเดิมที่เสื่อมลง ผู้ที่กำลังพิจารณาปลูกถ่ายไต จึงควรทำความเข้าใจทั้งคุณสมบัติของผู้รับและผู้บริจาค ขั้นตอนการรักษา รวมถึงการดูแลตนเองหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสม

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าการปลูกถ่ายไตคืออะไร เหมาะกับใคร สามารถรับไตจากผู้บริจาคประเภทใดได้บ้าง และมีขั้นตอนอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนเข้ารับการประเมินและวางแผนการรักษาร่วมกับทีมแพทย์



ปลูกถ่ายไต คืออะไร? รักษาโรคไตวายระยะสุดท้ายได้อย่างไร

การปลูกถ่ายไตคืออะไร

ปลูกถ่ายไต คือ การผ่าตัดนำไตที่ทำงานได้ดีจากผู้บริจาคมาให้ผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้าย เพื่อช่วยทำหน้าที่กรองของเสียและรักษาสมดุลของร่างกายแทนไตเดิม โดยไตที่ใช้สามารถมาจากผู้บริจาคที่มีชีวิตหรือผู้บริจาคสมองตาย 

สำหรับอัตราความสำเร็จในการปลูกถ่ายไตขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สุขภาพของผู้รับ ความเข้ากันได้ของอวัยวะ และการดูแลหลังผ่าตัด โดยไตจากผู้บริจาคที่มีชีวิตซึ่งเป็นญาติและมีเนื้อเยื่อเข้ากันได้ มีโอกาสทำงานได้ดีหลัง 1 ปีประมาณ 95% และ 5 ปีประมาณ 90% ส่วนไตจากผู้บริจาคสมองตายหรือบุคคลอื่น มีโอกาสทำงานได้ดีหลัง 1 ปีประมาณ 85% และ 5 ปีประมาณ 70%

สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องปลูกถ่ายไต

การปลูกถ่ายไต มักพิจารณาในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่การทำงานของไตลดลงมาก โดยอาจสังเกตได้จากอาการหรือภาวะผิดปกติต่อไปนี้ 

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง
  • มีอาการบวมบริเวณขา เท้า หรือรอบดวงตา
  • ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะน้อยลง
  • คลื่นไส้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • มีภาวะของเสียคั่งหรือความผิดปกติจากไตทำงานลดลง
  • การทำงานของไตเข้าสู่ระยะสุดท้ายจนจำเป็นต้องพิจารณาการบำบัดทดแทนไต

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถระบุได้ว่าจำเป็นต้องผ่าตัดปลูกถ่ายไต ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจและประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคร่วมด้วย

ใครสามารถเป็นผู้บริจาคไตได้บ้าง

การปลูกถ่ายไต สามารถรับไตจากผู้บริจาคได้ 2 รูปแบบ โดยแต่ละรูปแบบมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความเหมาะสมแตกต่างกัน ดังนี้

  • การปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคมีชีวิต เป็นการรับบริจาคไตจากบุคคลที่ยังมีชีวิต ซึ่งผู้บริจาคต้องผ่านการตรวจสุขภาพและประเมินความเหมาะสมตามเกณฑ์ เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งผู้ให้และผู้รับ
  • การปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคสมองตาย เป็นการรับไตจากผู้บริจาคที่ได้รับการวินิจฉัยภาวะสมองตาย โดยอวัยวะไตจะจัดสรรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนนำไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้รับ

ขั้นตอนการปลูกถ่ายไต ทำอย่างไรบ้าง?

การปลูกถ่ายไต ไม่ได้เป็นการนำไตเดิมของผู้ป่วยออกแล้วใส่ไตใหม่แทน แต่แพทย์จะนำไตจากผู้บริจาคที่เข้ากันได้มาวางบริเวณอุ้งเชิงกราน จากนั้นเชื่อมหลอดเลือดของไตใหม่เข้ากับหลอดเลือดของผู้ป่วย และต่อท่อไตเข้ากับกระเพาะปัสสาวะ โดยใช้ไตใหม่เพียง 1 ข้างก็เพียงพอ หลังเปลี่ยนไตผู้ป่วยยังต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องและติดตามการรักษากับแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะปฏิเสธไตใหม่ในระยะยาว 


คุณสมบัติของผู้ที่สามารถเข้ารับการปลูกถ่ายไต

คุณสมบัติผู้เข้ารับการปลูกถ่ายไต

ผู้ที่สามารถเข้ารับการปลูกถ่ายไต ต้องเป็นผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ผ่านการประเมินจากทีมแพทย์แล้วว่ามีความพร้อมสำหรับการรักษา โดยพิจารณาทั้งสุขภาพร่างกาย โรคร่วม และภาวะที่อาจส่งผลต่อการผ่าตัดหรือการดูแลหลังปลูกถ่ายไต เช่น

  • ไม่มีโรคมะเร็งที่ยังรักษาไม่หายขาด
  • ไม่มีการติดเชื้อ HIV
  • ไม่มีโรครุนแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด
  • ไม่มีภาวะทางจิตที่ส่งผลต่อการรักษา
  • ไม่มีความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะที่ไม่สามารถแก้ไขได้

นอกจากนี้ ผู้ป่วยต้องผ่านการประเมินคุณสมบัติอย่างละเอียดจากอายุรแพทย์โรคไตและทีมปลูกถ่ายไต เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและความพร้อมเป็นรายบุคคลก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษา


ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคไตแบบสหสาขาวิชาชีพ โดยมีแพทย์ด้านโรคไตทำงานร่วมกับโภชนากร เภสัชกร และพยาบาล เพื่อประเมินการทำงานของไต วางแผนการรักษา และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการปลูกถ่ายไตอย่างเหมาะสมในแต่ละราย

นอกจากนี้ ศูนย์ยังรองรับการปลูกถ่ายไต ทั้งจากผู้บริจาคที่มีชีวิตและผู้บริจาคสมองตาย ภายใต้การดูแลของทีมรักษาและกระบวนการประเมินที่เป็นระบบ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและติดตามดูแลต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ


ปลูกถ่ายไต ทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย

การปลูกถ่ายไต ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โดยใช้ไตจากผู้บริจาคที่มีชีวิตหรือผู้บริจาคสมองตาย ซึ่งผู้รับต้องผ่านการประเมินความพร้อมอย่างละเอียดก่อนเข้ารับการรักษา และหลัง ผ่าตัดปลูกถ่ายไต ยังต้องติดตามอาการ รับประทานยาตามแพทย์สั่ง และดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ไตใหม่ทำงานได้ดีในระยะยาว

รับฟรี! รวมโพสขายดี