เนื้องอกในสมอง ภัยเงียบที่ควรระวัง

เนื้องอกในสมอง

เนื้องอกในสมอง หรือ brain tumer คือหนึ่งในโรคภัยที่หลายคนกลัวเป็นอย่างมาก เพราะเป็นโรคซับซ้อนที่สามารถส่งผลรกะทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพและอาจถึงชีวิตได้ เมื่อพูดถึงโรคเนื้องอกในสมองก็มักจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกหวาดกลัว แต่หากเรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการนี้ก็จะสามารถทำให้เราดูแลรักษาสุขภาพร่างกายได้อย่างถูกวิธี และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ดียิ่งขึ้น บทความนี้จะมาตอบคำถามว่าเนื้องอกในสมองเกิดจากอะไร? เนื้องอกในสมองรักษายังไง? และเนื้องอกในสมองรักษาหายไหม?


เนื้องอกในสมองเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง?

อาการเนื้องอกในสมอง

เนื้องอกในสมองเกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์สมอง จนทำให้มีเป็นลักษณะของก้อนเนื้อในสมอง ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้

  • พันธุกรรม: บางคนอาจมีความเสี่ยงสูงจากการถ่ายทอดยีนที่มีความผิดปกติมาจากบรรพบุรุษ
  • รังสีและการได้รับสารเคมี: การสัมผัสกับรังสีหรือสารเคมีบางชนิดเป็นเวลานานอาจกระตุ้นให้เกิดเนื้องอกในสมอง
  • อายุและภูมิต้านทาน: เมื่ออายุมากขึ้นหรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ จะมีโอกาสเกิดเนื้องอกสูงขึ้น
  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม: การใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน หรือการสัมผัสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบางประเภท อาจเพิ่มความเสี่ยง

เนื้องอกในสมองมี 2 ประเภท

brain tumor คือ

เนื้องอกในสมองสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามอาการเนื้องอกในสมอง ทั้งที่ร้ายแรงและไม่ร้ายแรง โดยมีความแตกต่างกันดังนี้

เนื้องอกในสมองชนิดไม่ร้ายแรง 

เนื้องอกในสมองชนิดไม่ร้ายแรง หรือที่เรียกว่า Benign Tumor มีลักษณะสำคัญ ดังนี้:

  • การเจริญเติบโตช้า ไม่รุกรานเนื้อเยื่อรอบข้าง
  • สามารถผ่าตัดออกได้โดยไม่กระทบต่อเนื้อสมองส่วนอื่น
  • โอกาสกลับเป็นซ้ำต่ำ
  • ตัวอย่างเช่น Meningioma, Schwannoma

เนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรง 

เนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรง หรือ Malignant Tumor มีคุณสมบัติที่น่ากังวล:

  • การเจริญเติบโตรวดเร็วและรุนแรง
  • สามารถแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง
  • มีแนวโน้มกลับเป็นซ้ำสูง
  • ตัวอย่างเช่น Glioblastoma, Medulloblastoma

สังเกตสัญญาณเตือนภัย อาการเนื้องอกในสมองที่ควรระวัง

เนื้องอกในสมองอาการมีความหลากหลายและแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อในสมอง บางอาการอาจเริ่มแรกดูเหมือนเป็นอาการปกติทั่วไป และบางครั้งอาจคล้ายคลึงกับโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ เช่น โรคพาร์กินสัน โดยเฉพาะอาการสั่น การทรงตัวผิดปกติ หรือการเคลื่อนไหวที่ช้าลง ดังนั้นการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เนื้องอกในสมองอาการเริ่มต้นที่พบบ่อยมีดังนี้

  • อาการปวดศีรษะรุนแรงและเรื้อรัง โดยเฉพาะในตอนเช้าหรือตื่นนอนใหม่ ๆ
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง เช่น มองภาพซ้อน การมองเห็นพร่ามัว หรือสูญเสียการมองเห็นบางส่วน
  • มีอาการชัก โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ที่ไม่เคยมีประวัติชักมาก่อน
  • การทรงตัวและการเดินไม่คล่องหรือเสียการทรงตัว
  • การพูดผิดปกติ สับสน หรือมีปัญหาในการสื่อสาร
  • การรับรู้และความจำเริ่มแย่ลง

กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังเป็นพิเศษ

  • ผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปี
  • มีประวัติการเป็นโรคมะเร็งมาก่อน
  • ได้รับการรักษาด้วยรังสีรักษา
  • มีประวัติทางพันธุกรรมเกี่ยวกับเนื้องอก

เนื้องอกในสมองรักษายังไง?

เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมากในการรักษาเนื้องอกในสมอง แพทย์จะเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่:

  • การผ่าตัด: เป็นวิธีหลักในการกำจัดก้อนเนื้องอก โดยแพทย์จะพยายามนำก้อนเนื้องอกออกให้มากที่สุด
  • รังสีรักษา: ใช้รังสีพลังสูงทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่หลังการผ่าตัด
  • เคมีบำบัด: ใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะในกรณีที่เนื้องอกกระจายตัว
  • การรักษาแบบเฉพาะเจาะจง: การใช้ยาที่มุ่งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งโดยตรง

เนื้องอกในสมองมีโอกาสรักษาหายไหม?

คำถามที่สำคัญที่หลายคนสงสัยคือ เนื้องอกในสมองรักษาหายไหม ในปัจจุบันยังไม่สามารถให้คำตอบอย่างแน่ชัดได้ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ประสิทธิภาพของการรักษาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องเช่น ชนิดของเนื้องอก ขนาดและตำแหน่งของก้อนเนื้อ อายุของผู้ป่วย สภาพร่างกายและระบบภูมิคุ้มกัน ระยะเวลาในการตรวจพบและเริ่มรักษา เป็นต้น

โอกาสในการรักษาของเนื้องอกในสมองแต่ละประเภท 

  • เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง มีโอกาสรักษาหายได้สูง โดยเฉพาะหากตรวจพบและรักษาเร็ว
  • เนื้องอกชนิดร้ายแรง การรักษาจะมุ่งเน้นควบคุมการลุกลามและยืดอายุการใช้ชีวิต

สรุป เนื้องอกในสมอง ตรวจพบเร็ว รักษาเร็ว

เนื้องอกในสมองเป็นโรคที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิต การตระหนักรู้ การสังเกตอาการ และการตรวจพบอย่างรวดเร็วถือเป็นกุญแจสำคัญในการรักษา ถึงแม้ว่าการได้รับการวินิจฉัยว่ามีเนื้องอกในสมองอาจฟังดูน่ากลัว แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันมอบความหวังและโอกาสในการรักษามากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น หากพบอาการที่น่าสงสัย ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยทันที เพราะการวินิจฉัยและการรักษาที่รวดเร็วจะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


รับฟรี! รวมโพสขายดี