
โรคมะเร็งยังคงเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยเหตุนี้ วิจัยมะเร็งจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เพื่อพัฒนาแนวทางตรวจพบ วินิจฉัย และรักษาโรคให้แม่นยำและทันท่วงทีมากขึ้น
บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับสถานการณ์มะเร็งในไทย เทคโนโลยีที่ใช้ในงานวิจัยมะเร็ง รวมถึงบทบาทของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในฐานะแนวหน้าด้านการวิจัยและรักษาโรคมะเร็งของประเทศ
โรคมะเร็ง ภัยเงียบที่คนไทยต้องรู้
โรคมะเร็งเกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย จนลุกลามทำลายเนื้อเยื่อและอวัยวะข้างเคียง ความน่ากลัวของโรคนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่ความรุนแรง แต่อยู่ที่การไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ป่วยส่วนมากมักตรวจพบในระยะที่ลุกลามแล้ว
จากข้อมูลสถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทย พบว่ามะเร็งติดอันดับสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทยมาหลายปีต่อเนื่อง มะเร็งที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งปากมดลูก ที่ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนไทยเป็นมะเร็งมีหลายด้าน ทั้งพฤติกรรมการกิน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงการติดเชื้อไวรัสบางชนิด การตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของการป้องกันที่ดีที่สุด
วิจัยมะเร็งในประเทศไทย ทำไมถึงสำคัญ
เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย จึงเกิดงานวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งขึ้นมากมายในประเทศ ทั้งในแง่การพัฒนาวิธีตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะแรก การค้นหาเป้าหมายโมเลกุลใหม่สำหรับการรักษาแบบมุ่งเป้า ไปจนถึงการวิจัยยาและวิธีบำบัดเฉพาะบุคคล
งานวิจัยด้านนี้ส่งผลโดยตรงต่อการลดอัตราการเสียชีวิต เพราะหากตรวจพบและรักษามะเร็งได้เร็ว โอกาสหายขาดก็สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือวิจัยมะเร็งปากมดลูก ที่ช่วยพัฒนาวัคซีน HPV จนป้องกันโรคได้ก่อนที่จะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นโรคที่พบสูงในภาคอีสานของไทย นักวิจัยไทยมีส่วนสำคัญในการพัฒนาวิธีตรวจและรักษาที่ดีขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่รอดได้นานขึ้น
เทคโนโลยี PET/CT และ PET/MRI เครื่องมือสำคัญในการวิจัยและวินิจฉัยมะเร็ง
หนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทโดดเด่นในการวิจัยมะเร็งยุคใหม่คือเครื่อง PET/CT (Positron Emission Tomography / Computed Tomography) และ PET/MR (Positron Emission Tomography / Magnetic Resonance) ซึ่งผสมผสานการตรวจภาพเชิงหน้าที่และเชิงกายวิภาคเข้าด้วยกัน
หลักการทำงานคือการฉีดสารกัมมันตรังสีปริมาณน้อยเข้าร่างกาย สารนี้จะไปจับกับเซลล์ที่มีการเผาผลาญสูงผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็ง จากนั้นเครื่อง PET จะตรวจจับสัญญาณพลังงานที่ปล่อยออกมา ส่วน CT หรือ MR จะถ่ายภาพโครงสร้างอวัยวะ เมื่อนำภาพสองชนิดมาซ้อนกัน แพทย์จะมองเห็นตำแหน่งของเนื้องอกได้ชัดเจนมาก
จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือช่วยประเมินระยะของโรค ค้นหาการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น และติดตามผลการรักษา ซึ่งช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังถูกนำมาใช้ในแนวทาง Theranostics ที่รวมการวินิจฉัยและรักษาไว้ด้วยกัน โดยใช้เภสัชรังสีแบบมุ่งเป้า (Targeted Radiopharmaceuticals) ที่โจมตีเซลล์มะเร็งโดยตรงที่ออกแบบให้ส่งรังสีไปยังเซลล์มะเร็งอย่างจำเพาะ ช่วยลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ แต่ยังอาจมีผลข้างเคียงได้ จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
เทคโนโลยีเหล่านี้คือก้าวสำคัญของการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ที่ทำให้การรักษามะเร็งไม่ใช่แค่การทำลายเซลล์ผิดปกติ แต่คือการมุ่งเป้าเฉพาะบุคคลเพื่อประสิทธิผลสูงสุดและผลข้างเคียงน้อยที่สุด
บทบาทของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในงานวิจัยและพัฒนาแนวทางรักษามะเร็ง
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ไม่เพียงแต่ให้บริการรักษาโรคมะเร็งในประเทศ แต่ยังมีบทบาทนำในการผลักดันศูนย์วิจัยและบำบัดโรคมะเร็งระดับนานาชาติอีกด้วย
ล่าสุด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ร่วมส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการด้านการวิจัยและรักษาโรคมะเร็งระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐคาซัคสถาน ภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยและรักษาโรคมะเร็งระหว่างไทยกับคาซัคสถาน จัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์แพทย์หญิงชนิสา โชติพานิช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ได้ร่วมบรรยายเกี่ยวกับศักยภาพของเทคโนโลยี PET/CT และ PET/MRI ในด้านมะเร็งวิทยา พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเภสัชรังสีและการแพทย์แม่นยำกับบุคลากรทางการแพทย์จากคาซัคสถาน
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการเป็นสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งชาติ ระดับสากล พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคมะเร็งทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค
วิจัยมะเร็งกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ก้าวสำคัญสู่อนาคตที่ดีกว่า
การวิจัยมะเร็ง คือหัวใจสำคัญในการต่อสู้กับโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด ตั้งแต่การค้นหาสาเหตุ การพัฒนาวิธีตรวจคัดกรอง ไปจนถึงการรักษาแบบมุ่งเป้าด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทุกงานวิจัยคือความหวังใหม่ให้กับผู้ป่วยและครอบครัว
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นสถาบันชั้นนำของไทยที่มุ่งเน้นการวิจัย การศึกษา และการบริการสุขภาพด้านมะเร็งอย่างครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ภายใต้สังกัดมีทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยขั้นสูงอย่าง PET/CT และ PET/MRI พร้อมให้บริการผู้ป่วยมะเร็งด้วยมาตรฐานระดับนานาชาติ
หากคุณหรือคนใกล้ชิดต้องการข้อมูลด้านการตรวจวินิจฉัยหรือรักษาโรคมะเร็ง สามารถติดต่อโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้โดยตรง เพื่อรับการดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมมอบโอกาสที่ดีที่สุดในการรักษา
